วิธีเลือกหินหรืออัญมณีที่เหมาะกับเราแบบญี่ปุ่น

วิธีเลือกหินหรืออัญมณีที่เหมาะกับเราแบบญี่ปุ่น

หิน คริสตัล หรืออัญมณีเป็นเครื่องประดับสวยงามที่อยู่คู่อารยธรรมมนุษย์มาตั้งแต่อดีต โดยนอกจากจะใช้เป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงามแล้ว ผู้คนจากหลากหลายชาติและวัฒนธรรมยังมีความเชื่อคล้ายๆ กันว่า หินธรรมชาติมีพลังงานไหลเวียนอยู่ และมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดหิน ไม่ว่าจะช่วยป้องกันพลังงานด้านลบ หรือช่วยนำโชคเข้ามาสู่ผู้ที่พกพาหรือสวมใส่

แต่ด้วยความที่ในโลกนี้มีหินมากมายหลายชนิดและหลายสี ทำให้บางทีเราก็เลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเลือกหินอะไรดี คราวนี้ ANNGLE เลยมีวิธีการหาสีของหินหรืออัญมณีที่เหมาะกับเราในแบบญี่ปุ่นมาฝากค่ะ ลองทำแบบทดสอบนี้กันดูเล่นๆ ไม่แน่ว่าเพื่อนๆ อาจจะได้เจอกับหินคู่ใจในแบบที่คาดไม่ถึงก็ได้

วิธีหาสีของหินหรืออัญมณีที่เหมาะกับเราแบบญี่ปุ่น

นำตัวเลขวันเกิด เดือน และปีคริสต์ศักราช มาบวกรวมกันให้เหลือเลขหลักเดียว เช่น เกิดวันที่ 6 เดือนธันวาคม ปี 1985 (สำหรับปีพ.ศ.ให้นำตัวเลข 543 มาลบ จะทราบปีค.ศ.) จะได้ 6+1+2+1+9+8+5 ผลรวมได้แก่ 32 จากนั้นนำ 3+2 จะได้เลขท้ายสุดคือเลข 5

หลังจากที่ได้เลขมาแล้ว ให้นำเลขที่ได้มาเทียบกับหินหรืออัญมณีสีที่เหมาะกับเราด้านล่าง ซึ่งมักจะเป็นสีที่เราไม่ค่อยนึกถึงสักเท่าไหร่ แต่เชื่อว่านำโชคดีมาให้กับหลายๆ คนที่เคยนำไปใช้ค่ะ

1 สีแดง: ทับทิม (Ruby/ルビー)

ทับทิม เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นและความสนุกในชีวิต ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจและช่วยให้เราตั้งเป้าหมายชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เสริมสร้างความมั่นใจและความกล้า ช่วยปัดเป่าพลังงานด้านลบ ลดความเหนื่อยล้าและง่วงเหงาหาวนอน ทำให้กลับมารู้สึกมีชีวิตชีวา

2 สีส้ม: คาร์เนเลียน (Carnelian/カーネリアン)

คาร์เนเลียน เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการฟื้นคืนพลังชีวิตและกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ช่วยเพิ่มความกล้าหาญ ส่งเสริมการเลือกเส้นทางชีวิตที่ดีและกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยให้เอาชนะและก้าวข้ามคำด่าทอรวมถึงการทารุณทุกรูปแบบ รวมถึงช่วยให้เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น

3 สีเหลือง: ซิทริน (Citrine/シトリン)

ซิทริน เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการความคิดเห็นของตัวเองออกมา นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสมาธิและเพิ่มพลังให้กับจิตใจ ปลดปล่อยลักษณะนิสัยด้านลบ ความซึมเศร้า ความกลัว โรคกลัวต่างๆ และช่วยปรับอารมณ์ให้สมดุล

4 สีเขียวสด: มาลาไคท์ (Malachite/マラカイト)

มาลาไคท์ เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการปกป้องผู้สวมใส่จากพลังงานที่ไม่ดีและภัยอันตรายทั้งหลาย ช่วยดูดซับพลังงานด้านลบและมลภาวะในสภาพแวดล้อมรอบๆ และจากร่างกายของผู้สวมใส่ ป้องกันรังสีและคลื่นไฟฟ้าในอากาศ ส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยเปิดใจและกระตุ้นให้มีชีวิตชีวา

5 สีฟ้า: เทอร์ควอยส์ (Turquoise/ターコイズ)

เทอร์ควอยส์ เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการปรับและรักษาสมดุลของจักระทั้งหมดรวมถึงปรับอารมณ์ของผู้สวมใส่ให้สมดุลและสงบผ่อนคลาย โดยเฉพาะในผู้ที่รู้สึกซึมเศร้าหรือเหนื่อยล้า นอกจากนี้ยังมีพลังที่ช่วยให้จิตใจสงบนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้ในตนเอง และช่วยนำไปสู่การคิดวิธีการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

6 สีฟ้าอ่อน: บลูโทปาซ (Blue Topaz/ブルートパーズ)

 

บลูโทปาซ เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการปลอบประโลม รักษา กระตุ้น เติมพลัง และจัดเรียงพลังงานในร่างกาย ช่วยนำพาพลังงานไปยังตำแหน่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด ส่งเสริมการให้อภัย นำความสุข ความอุดมสมบูรณ์ และสุขภาพที่ดีมาให้ผู้สวมใส่ อีกทั้งยังเป็นอัญมณีแห่งความรักและความโชคดี ช่วยปลดปล่อยความตึงเครียดและกระตุ้นให้เกิดความผ่อนคลาย ส่งเสริมความซื่อสัตย์และการความคุมตัวเอง และยังช่วยแก้ปัญหาและช่วยในการแสดงความคิดเห็น ทำให้อารมณ์มั่นคงและเปิดรับความรักจากทุกหนแห่ง

7 สีม่วง: อเมทิสต์ (Amethyst/アメジスト)


อเมทิสต์ เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติช่วยลดความตึงเครียด ผ่อนคลายอารมณ์หงุดหงิด ช่วยปรับสมดุลอารมณ์แปรปรวน ปัดเป่าอารมณ์โกรธ โมโห หวาดกลัว และความวิตกกังวล บรรเทาความทุกข์โศกเศร้าและปัดเป่าพลังงานลบออกไป นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ทางจิตวิญญาณ เปิดสัญชาตญาณ และเพิ่มความสามารถด้านพลังจิตด้วย

8 สีชมพู: โรสควอทซ์ (Rose Quartz/ローズクオーツ)


โรสควอทซ์ เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการฟื้นคืนความไว้วางใจและความกลมกลืนในความสัมพันธ์ เป็นอัญมณีแห่งความรักที่ช่วยส่งเสริมความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ช่วยชำระล้างและเปิดหัวใจในทุกระดับเพื่อส่งเสริมความรักที่มีต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น มีพลังเยียวยาล้ำลึกที่ช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกถึงความสงบ

9 สีเขียว: อเวนทูรีน (Aventurine/アベンチュリン)

อเวนทูริน เป็นอัญมณีที่มีความหมายและคุณสมบัติในการบรรเทาอารมณ์ด้านลบ เช่น ความโกรธและความขุ่นเคืองที่ตกค้างอยู่ในใจ ช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นให้เกิดพลังชีวิตที่จะนำไปสู่โอกาสดีๆ และความสำเร็จ นอกจากนี้ยังเป็นอัญมณีแห่งความมั่งคั่งและความโชคดีอีกด้วย

เป็นยังไงบ้างคะ ได้หินอะไรกันบ้าง ส่วนตัวผู้เขียนได้เลข 7 หินอเมทิสค่ะ เป็นหินที่ชอบมากที่สุดชนิดหนึ่งเลย สุดท้ายขอฝากไว้นิดนึงว่า ถึงหินจะมีพลังนำโชคและคุณสมบัติมากมายแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับจิตใจและการกระทำของผู้สวมใส่เองด้วยนะคะ

UFABET เว็บตรง

“ยากันยุงแบบขด” หนึ่งในสัญลักษณ์ฤดูร้อนของญี่ปุ่น

“ยากันยุงแบบขด” หนึ่งในสัญลักษณ์ฤดูร้อนของญี่ปุ่น

ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ยุงเป็นหนึ่งในแมลงที่ก่อความรำคาญให้คนญี่ปุ่นไม่น้อย ปัจจุบันแม้จะมียากันยุงหลากหลายแบบแต่ยากันยุงแบบขดก็ยังเป็นยากันยุงที่ได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นว่ามีประสิทธิภาพในการฆ่าและไล่ยุงได้เป็นอย่างดี มารู้จริงเรื่องยากันยุงแบบขดของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

ความเป็นมาของยากันยุงแบบขด

ยากันยุงแบบขดมีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า คาโทริเซ็นโค (蚊取り線香) ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรกในสมัยเมจิ ที่เริ่มจากการใช้ยากันยุงที่เป็นแท่งคล้ายธูปขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามยากันยุงแบบแท่งนั้นเผาไหม้เร็วและหักได้ง่าย จนภายหลังจึงได้มีการคิดยากันยุงขดแบบก้นหอย ซึ่งธูปมีความยาวและความหนาเพิ่มขึ้นโดยไม่เปลืองพื้นที่และทำให้จุดได้ต่อเนื่องยาวนาน 6-8 ชั่วโมง

สารประกอบในยากันยุง

ยากันยุงแบบขดทำจากส่วนผสมของไพรีทรอยด์ (Pyrethroid) ที่มีฤทธิ์ยาฆ่าแมลงที่สกัดมาจากดอกไพรีทรัม (Pyrethrum) ซึ่งเป็นดอกไม้ในตระกูลเบญจมาศ เมื่อยากันยุงถูกจุดไพรีทรอยด์จะลอยออกมาพร้อมกับควันกระจายไปในอากาศซึ่งฆ่ายุงและไล่ไม่ให้ยุงเข้ามา นอกจากจะมีฤทธิ์ในการฆ่ายุงแล้วไพรีทรอยด์ยังมีฤทธิ์ในการฆ่าแมลงปีกแข็งและปลาน้ำจืด เช่น ปลาทอง ด้วย

ยากันยุงแบบขดเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่

ไพรีทรอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่ายุงโดยการเข้าไปทำลายระบบประสาทของยุงและเป็นเหตุให้ยุงตายจะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เนื่องจากสารไพรีทรอยด์จะถูกย่อยสลายในร่างกายมนุษย์อย่างรวดเร็ว จึงปลอดภัยต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้หญิงมีครรภ์ด้วย อย่างไรก็ตามไม่ควรจุดยากันยุงพร้อมกันหลายขดและวางไว้ในที่ไม่ระบายอากาศเพราะอาจจะมีผลเสียต่อร่างกายได้  อีกทั้งไม่ควรใช้ยากันยุงแบบขดหากมีผู้ป่วยโรคหอบหืดอยู่ด้วย

วิธีการใช้ยากันยุงแบบขดให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

วิธีการใช้ยากันยุงแบบขดให้มีประสิทธิภาพทำได้โดยการวางยากันยุงไว้กลางห้องเพื่อให้ควันกระจายไปทั่วพื้นที่ห้อง และควรวางไว้ในทิศทางลมเพื่อให้ลมพัดควันไปได้ในวงกว้าง

หลังจากการจุดยากันยุงแบบขดแล้วควรวางไว้ให้ห่างจากวัสดุที่ติดไฟง่าย และหากวางไว้ในบ้านก็ควรวางไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี

อุปกรณ์ที่ใช้วางยากันยุงแบบขด

การจุดยากันยุงแบบขดแล้ววางไว้เฉยๆ บนเหล็กที่บรรจุมากับกล่องนั้นนอกจากจะไม่สวยแล้วก็อาจจะเป็นอันตรายหากเผลอไปโดนไฟที่จุดอยู่ จึงมีการทำภาชนะแบบต่างๆ สำหรับวางยากันยุงเพื่อรองรับขี้เถ้าจากเผาไหม้ยากันยุง ป้องกันการสัมผัสโดนไฟ สร้างความสวยงามให้แก่บ้านเรือ นและเพื่อความสะดวกในการพกพา คนญี่ปุ่นเรียกภาชนะเหล่านี้ว่าคายาริคิ (蚊遣り器) ซึ่งมีทั้งแบบกล่องโลหะพร้อมฝาที่ให้ควันกระจายได้ดีและแบบที่เป็นเครื่องปั้นดินเผา

ที่วางยากันยุงแบบขดทำจากเครื่องปั้นดินเผา
ที่วางยากันยุงแบบขดทำจากโลหะ
ที่วางยากันยุงแบบขดทำจากโลหะ แบบวางตั้งและพกพา

สมัยก่อนเรามักจะรู้สึกรำคาญกลิ่นคล้ายธูปที่ติดตัวหลังจากใช้ยากันยุงแบบขด แต่ปัจจุบันนี้สามารถเลือกซื้อยากันยุงที่ผสมน้ำมันหอมกลิ่นต่างๆ ได้แก่ กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นตะไคร้และกลิ่นเปลือกส้ม เป็นต้น ได้ง่าย นอกจากไล่ยุงแล้วยังให้กลิ่นหอมด้วยค่ะ

สล็อตเว็บตรง

5 อันดับแบรนด์หรูที่สาวญี่ปุ่นเทใจให้มากที่สุด!!

5 อันดับแบรนด์หรูที่สาวญี่ปุ่นเทใจให้มากที่สุด!!

เชื่อว่าคนรักแฟชั่นส่วนใหญ่คงมีแบรนด์ที่ตัวเองชอบ หลงใหล อยากมีไว้ในครอบครองกันอยู่บ้างใช่ไหมละคะ? สาว ๆ ญี่ปุ่นก็เช่นกัน การมีของแบรนด์เนมไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ ฯลฯ เปรียบเหมือนกับเป็นตัวชี้วัดสถานะทางสังคมของตัวเองเมื่อก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ และเป็นการให้รางวัลกับตัวเองที่เหนื่อยจากการทำงานต่าง ๆ เรามาลองดูผลสำรวจสาว ๆ ญี่ปุ่นกันดีกว่าว่า 5 อันดับแบรนด์หรูชื่อดังยี่ห้อไหนบ้างที่เป็นแบรนด์ในดวงใจของสาวญี่ปุ่น

อันดับที่ 5 : Dior

 

Christian Dior แบรนด์หรูจากประเทศฝรั่งเศสได้คะแนนโหวตเป็นอันดับที่ 5 สาว ๆ ญี่ปุ่นให้เหตุผลว่า Dior เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทั้งสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอาง เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มสาว ๆ ญี่ปุ่นอายุน้อย เป็นแบรนด์ที่ดูเรียบหรู ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป และเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่รู้สึกว่าอยากซื้อเป็นของขวัญให้กับตัวเอง

อันดับที่ 4 : Gucci

 

Gucci แบรนด์ขวัญใจชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมไม่เฉพาะแต่ในกลุ่มสาว ๆ เท่านั้น หนุ่ม ๆ ญี่ปุ่นก็ชื่นชอบแบรนด์นี้ด้วยเช่นกัน Gucci เป็นแบรนด์จากอิตาลีที่มีสินค้าหลัก ๆ เป็นกระเป๋าและรองเท้าที่ทำจากหนัง สำหรับเหตุผลที่สาว ๆ ญี่ปุ่นเทใจให้ Gucci ก็เพราะลายโมโนแกรมที่ดูน่ารักแต่พอดี ไม่ฉูดฉาดเกินไป ดีไซน์เรียบแต่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋าและกระเป๋าสตางค์ของแบรนด์ที่ทำจากหนังคุณภาพดี ตัดเย็บอย่างประณีต ทำให้ไม่ต้องแปลกใจเลยที่สาว ๆ ญี่ปุ่นจะตกหลุมรัก

อันดับที่ 3 : HERMES

 

ต่อกันด้วยอันดับที่ 3 กับแบรนด์ HERMES จากประเทศฝรั่งเศส แบรนด์แฟชั่น เครื่องประดับ และของตกแต่ง ที่มีจุดกำเนิดจากการทำอุปกรณ์สำหรับม้า สาเหตุที่ทำให้สาวญี่ปุ่นหลงใหลใน HERMES ก็เพราะว่า เพียงแค่มี HERMES ไว้ในครอบครองก็รู้สึกได้ถึงสถานะที่สูงขึ้นในทันที อีกทั้งความสวยงามราวกับงานศิลปะของผ้าพันคอหรือของตกแต่งต่าง ๆ ก็ทำให้สาว ๆ ญี่ปุ่นต่างใฝ่ฝันอยากมีไอเท็มของ HERMES กันสักชิ้น

อันดับที่ 2 : CHANEL

 

 

CHANEL แบรนด์หรูจากประเทศฝรั่งเศส อีกหนึ่งแบรนด์ในฝันของสาว ๆ ทั่วโลกรวมทั้งสาวญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน สำหรับสาว ๆ ญี่ปุ่นแล้ว สินค้าของ CHANEL ไม่ว่าจะเป็นประเป๋า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง หรือน้ำหอมต่างได้รับความนิยมไปหมด โดยสาว ๆ ให้ความเห็นว่า สินค้าของ CHANEL มีดีไซน์ที่สวยงามเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังดูสวย น่ารัก ทันสมัย หากจะเลือกลงทุนในไอเท็มที่ต้องใช้ไปนาน ๆ CHANEL ก็ถือเป็นแบรนด์ที่อยากเลือกมากที่สุด

อันดับที่ 1 : Louis Vuitton

 

มาถึงอันดับที่ 1 กันแล้ว ซึ่งก็เป็นแบรนด์ที่คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Louis Vuitton แบรนด์หรูจากฝรั่งเศสที่เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ทำกระเป๋าเดินทาง สาว ๆ ญี่ปุ่นต่างลงความเห็นว่า เมื่อพูดถึงของแบรนด์เนมก็ต้องนึกถึง Louis Vuitton มาเป็นอันดับแรก สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว ลายโมโนแกรมของ Louis Vuitton ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปีก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ไม่เคยเปลี่ยน เป็นแบรนด์ที่คนญี่ปุ่นรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก และมีดีไซน์ที่สวยถูกใจ ทั้งลวยลายและสีสามารถเข้ากับเสื้อผ้าได้ง่าย เป็นแบรนด์หรูที่ไม่ได้ครองใจเพียงแค่สาวญี่ปุ่นเท่านัน แต่เป็นแบรนด์ในดวงใจของคนญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

และนี่ก็เป็นผลการจัดอันดับ 5 แบรนด์ในดวงใจของสาว ๆ ญี่ปุ่นนะคะ ก็ไม่แปลกใจเลยที่ Louis Vuitton จะครองอันดับ 1 เพราะที่ประเทศญี่ปุ่นมีทั้งช็อปและสินค้าหายากของแบรนด์มากมาย ส่วนใครที่กำลังอยากพิชิตใจสาว ๆ ญี่ปุ่นละก็ จะลงทุนซื้อไอเท็มจาก 5 แบรนด์นี้เป็นของขวัญดูก็ได้นะจ๊ะ^^

UFABET เว็บตรง

“Hidari Kiki no Dogu Ten” ร้านออนไลน์ญี่ปุ่นน่ารักเพื่อคนถนัดซ้าย

“Hidari Kiki no Dogu Ten” ร้านออนไลน์ญี่ปุ่นน่ารักเพื่อคนถนัดซ้าย

ถึงคนส่วนใหญ่จะถนัดขวากัน แต่ก็มีคนถนัดซ้ายอยู่จำนวนไม่น้อย รอบตัวเราต้องมีกันสักคนหนึ่ง วันนี้เรามีร้านออนไลน์ของญี่ปุ่นที่เกิดมาเพื่อคนถนัดซ้ายมาแนะนำให้รู้จักกัน

Hidari Kiki no Dogu Ten – ร้านอุปกรณ์สำหรับคนถนัดซ้าย

左ききの道具店 – Hidari Kiki no Dogu Ten แปลตรง ๆ ก็คือร้านอุปกรณ์ของคนใช้มือซ้าย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2018 ซึ่งตรงกับวันคนถนัดซ้ายสากล (13 สิงหาคมของทุกปี) ร้านนี้มีสารพัดสิ่งเพื่อคนถนัดมือซ้าย ตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเครื่องเขียน เครื่องครัว รวมถึงเสื้อผ้า ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า “ทำทุกวันให้สะดวกสบายด้วยมือข้างที่เราถนัด” นั่นเอง

คุณหมีขั้วโลกยกมือซ้าย ตัวแทนความน่ารัก


ร้านนี้มีโลโก้เป็นคุณหมีขั้วโลกยกมือซ้าย เพราะเป็นเรื่องจริงที่ว่าหมีขั้วโลกทุกตัวถนัดซ้าย ทางร้านเลยขอนำความน่ารักตามแบบธรรมชาตินี้มาใช้เป็นโลโก้เสียเลย ออกแบบโดยคุณ Yoshimi Ito ศิลปินชาวญี่ปุ่น

ส่องไอเทมที่น่าสนใจของคนถนัดซ้าย

แฟ้มใส่เอกสารเปิดได้สองด้าน ขวาก็ได้ซ้ายก็ดี

 

แฟ้มเอกสารส่วนใหญ่จะมีที่เปิดเฉพาะคนที่ถนัดขวาอย่างเดียว แต่แบบนี้ใช้ได้ทั้ง 2 ด้านเลย สะดวกดี (แบบแพ็ค 5 ชิ้น / 490 เยน รวมภาษีแล้ว)

ที่ปอกเปลือกผักผลไม้

 

ที่ปอกเปลือกผักผลไม้นี้ได้รางวัลการออกแบบในปี 2020 ที่ผ่านมา ด้วยรูปทรงที่โค้งมน จับถนัดมือ และทำมาเพื่อคนถนัดซ้ายโดยเฉพาะ (ชิ้นละ 2,200 เยน รวมภาษีแล้ว)

เสื้อเชิ้ตใส่ดี ใส่ 10 ปีกันไปเลย

 

เสื้อเชิ้ตสำหรับคนถนัดซ้ายที่ทางร้านทำร่วมกับแบรนด์ 10YC ของญี่ปุ่น เป็นตัวย่อมาจากคำว่า “10-Year Clothing” ซึ่งคอนเซ็ปต์คือใส่ได้ไปจนถึง 10 ปี ! ถ้าเรามองดูอาจจะเป็นเสื้อเชิ้ตสีพื้นปกติ แต่ความปกตินี่แหละที่ทำให้ใส่ได้ทุกวันไม่มีตกยุค ซื้อทีเดียวคุ้มไปเลย

ส่วนความพิเศษของเสื้อเชิ้ตแบบนี้ก็คือกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย และการเย็บด้านหน้าแบบเพื่อให้คนถนัดซ้ายติดและแกะกระดุมได้สะดวกนั่นเอง จุดเด่นอีกอย่างคือแห้งเร็วและไม่ต้องรีดด้วย ถูกใจคนรีดผ้าเอง (ตัวละ 12,000 เยน รวมภาษีแล้ว)

อุปกรณ์ดริปกาแฟ

 

อุปกรณ์ดริปกาแฟเพื่อคนถนัดซ้ายที่ทางร้านทำร่วมกับแบรนด์ ORIGAMI ของญี่ปุ่น มาพร้อมกับแก้วมัคสกรีนคำน่ารัก ๆ จะซื้อใช้เองหรือเป็นของขวัญก็คู่ควรมาก (เซ็ตละ 5,370 เยน รวมภาษีแล้ว)

สารพัดกรรไกร

 

คนถนัดซ้ายบางคนจะใช้กรรไกรไม่ค่อยถนัด ไม่ว่าจะเป็นกรรไกรตัดกระดาษหรือกรรไกรสำหรับการเกษตร เพราะส่วนใหญ่กรรไกรทำมาสำหรับมือขวาเป็นส่วนใหญ่ ร้านนี้เลยมีกรรไกรตัดกิ่งสำหรับคนถนัดซ้ายไว้ตอบโจทย์เสียเลย แถมยังมีถึง 8 สีน่ารัก ๆ ให้เลือก (ชิ้นละ 1,980 เยน รวมภาษีแล้ว)

 

 

 

 

 

นอกจากกรรไกรตัดกิ่งแล้ว ทางร้านยังมีสารพัดกรรไกรไว้ให้คนถนัดซ้ายเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นกรรไกรตัดผ้า ตัดกระดาษ ตัดด้าย ไปจนถึงกรรไกรตัดผม ราคาก็จะต่างกันไป สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของร้าน

สมุดไดอารี่เพื่อคนถนัดซ้าย

 

เป็นสมุดไดอารี่ที่ตอบโจทย์คนถนัดซ้ายมาก เพราะตัววันที่จะอยู่ทางด้านขวามือ ต่างจากสมุดทั่วไปที่วันที่จะอยู่ทางซ้าย ทำให้เวลาคนถนัดซ้ายเขียนจะมองไม่เห็นเพราะมือบัง อีกทั้งตัวสมุดยังสามารถกางออกได้ถึง 180 องศาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวก (เล่มละ 1,980 เยน รวมภาษีแล้ว)

ยังมีอุปกรณ์รวมถึงของใช้อีกหลายอย่างให้เลือก สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของร้าน (มีแต่ทางออนไลน์เท่านั้น)

Website: hidari-kiki
Twitter: hidarikiki_dogu
Instagram: hidarikiki_dogu
Facebook: hidarikiki.doguten

บางคนอาจจะคิดว่าอุปกรณ์ของคนถนัดซ้ายก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง แต่ถ้าเป็นของจำเป็นที่เราสามารถใช้ไปได้นาน ๆ มันก็คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน ใครถนัดซ้ายหรือมีคนรอบตัวถนัดซ้ายก็ลองเข้าไปส่องกันได้ รับรองแฮปปี้

ถือเป็นความใส่ใจในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับญี่ปุ่นจริง ๆ

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

วิธีแต่งชุดนักเรียนญี่ปุ่นให้สวยหรูดูดีแบบสาว JK

วิธีแต่งชุดนักเรียนญี่ปุ่นให้สวยหรูดูดีแบบสาว JK

มีใครชื่นชอบเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นไหมคะ ผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นมากจนซื้อเก็บไว้หลายชุดเลยค่ะ55555 ด้วยแพทเทิร์นที่ดูน่ารัก มีสีสันและลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นหนึ่งในเครื่องแบบที่เป็นที่รู้จักและชื่นชอบไปทั่วโลก จนถูกนำไปดัดแปลงให้มีความเป็นแฟชั่นและสวยงามมากขึ้น รูปแบบของเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นที่นิยมใช้กันและคุ้นตาที่สุดจะมี 2 ประเภทคือ Sailor และ Blazer

 

Sailor หรือชุดกะลาสี เป็นเสื้อคอปกแบบกะลาสีแบบที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ มีสีมาตรฐานคือสีขาว สีกรมท่า มีผ้าผูกหรือโบว์สีสันแตกต่างกันไป

 

Blazer จะประกอบไปด้วยเสื้อเชิ้ต กระโปรง โบว์/เนคไท เสื้อกั๊ก/คาร์ดิแกน และเสื้อเบลซเซอร์ (หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าเสื้อสูท) เครื่องแบบ Blazer จะมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความเป็นสากล และสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ไอเท็มที่ชื่นชอบได้หลากหลาย ในบทความนี้จะนำเสนอวิธีการแต่งเครื่องแบบ Blazer ว่ามีวิธีการแต่งอย่างไรให้สวย ดูดี ดูเป็นลูกคุณ แต่ก็ไม่แฟชั่นจ๋าเกินไป ใครที่อยากแต่งชุดนักเรียนสวย ๆ แบบสาว JK บ้างก็ไปติดตามกันได้เลย

ความยาวกระโปรง

 

ความยาวของกระโปรงก็เป็นสิ่งหนึ่งจะปรับลุคได้มากหากเลือกถูกวิธี ปกติแล้วความยาวของกระโปรงนักเรียนญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 48 ซม. และ 58 ซม. ไม่ได้สั้นจุ๊ดจู๋แบบที่เห็นในอนิเมะนะคะ ความยาว 48 ซม.จะอยู่ที่ระดับเข่า ไม่ยาวเกินไปหรือสั้นเกินไป เหมาะสำหรับคนที่อยากจะใส่ให้ดูพอดีและไม่โดดเด่นมากเกินไป ส่วนความยาว 58 ซม.จะยาวกว่าเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่มีรูปร่างสูง แต่บางโรงเรียนก็มีการกำหนดความยาวกระโปรงไว้ซึ่งนักเรียนก็ต้องใส่ตามที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น

ลายกระโปรง

 

ต่อกันที่วิธีการเลือกลายกระโปรง หลาย ๆ คนน่าจะเคยเห็นว่ากระโปรงนักเรียนญี่ปุ่นนี่มันช่างฟรุ้งฟริ้ง มีทั้งสีพื้น ทั้งลายน่ารัก ๆ มากมาย จริง ๆ มี 2 วิธีหลัก ๆ ในการเลือกลายกระโปรงค่ะ วิธีแรกคือการเลือกลายให้แมทช์กับสีของโบว์/เนคไท กระโปรงลายสก็อตจะเข้ากันกับโบว์/เนคไทที่มีสีพื้นเรียบ ๆ หรือลายที่ไม่เด่นมาก แต่หากโบว์/เนคไทมีลวดลายอยู่แล้ว จะเหมาะกับกระโปรงสีพื้นหรือลวดลายที่ไม่เด่น ไม่ฉูดฉาดมาก เพื่อเป็นการเน้นจุดเด่นเพียงแค่จุดเดียวว่าต้องการให้กระโปรงเด่นกว่าหรือโบว์/เนคไทเด่นกว่า

วิธีที่สองคือการเลือกลายให้แมทช์กับคาร์ดิแกนหรือเบลซเซอร์ หากท่อนบนใส่เป็นสีอ่อน กระโปรงก็ควรเป็นสีโทนเข้ม และหากท่อนบนเป็นสีเข้ม กระโปรงก็ควรเป็นสีโทนอ่อนค่ะ แต่บางโรงเรียนก็มีการกำหนดลวดลายของกระโปรงหรือโบว์/เนคไทไว้แล้ว นักเรียนก็สามารถเลือกเสื้อกั๊กหรือคาร์ดิแกนสีที่ชอบมามิกซ์ได้เช่นกัน

ถุงเท้า

 

จุดที่ทำให้การแต่งชุดนักเรียนดูทันสมัยคือความบาลานซ์ระหว่างความยาวกระโปรงและถุงเท้า ถุงเท้าข้อสั้นจะได้รับความนิยมกว่าเพราะจะทำให้เห็นช่วงขาเยอะ ดูขายาว ไม่ตัน หากเป็นคนขายาว ตัวสูงอยู่แล้ว หรือใส่กระโปรงสั้น ก็อาจเลือกถุงเท้าที่มีความยาวขึ้นมาอีกก็ได้

ไอเท็มกีฬา

 

ไอเดียหนึ่งของการแต่งชุดนักเรียนให้ดูแตกต่างแต่ก็ยังดูดีคือการผสมผสานไอเท็มแนวสปอร์ต อย่างกระเป๋าเป้สะพายหลัง สวมเสื้อฮู้ดแล้วทับด้วยเบลซเซอร์ หรือใส่รองเท้าผ้าใบแทน ก็ยิ่งดูมีสไตล์และอินเทรนด์มาก ๆ

นางเอกซีรีส์เกาหลี

 

นอกจากนี้ยังสามารถปรับลุคให้กลายเป็นนางเอกซีรีส์เกาหลีได้โดยการสวมเสื้อกั๊กแขนกุดแบบมีลายเส้น และเปลี่ยนจากกระโปรงพลีทเป็นกระโปรงทรงสอบ โอ้โห ดูดีแบบกึ่ง ๆ สไตล์เกาหลีมาก

เครื่องแบบฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน

 

 

ในฤดูใบไม้ผลิยังถือว่าอากาศยังเย็น ๆ อยู่เล็กน้อย จึงแนะนำให้ใส่คู่กับเสื้อไหมพรมหรือคาร์ดิแกนสีอ่อนหรือสีสดใสให้เข้ากับฤดูกาล ส่วนในฤดูร้อนที่อากาศอบอ้าว บางคนก็เลือกที่จะใส่แค่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นโดยไม่ใส่เสื้อคลุมใด ๆ แต่หากมันดูโล่งเกินไปก็สามารถใส่เสื้อกั๊กแขนกุดเพิ่มได้เพื่อให้ดูเป็นแฟชั่นมากขึ้น

เครื่องแบบฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว

 

 

ในฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเริ่มเย็น เสื้อไหมพรมหรือคาร์ดิแกนถือเป็นไอเท็มหลักที่ต้องใส่คู่กับชุดนักเรียน ส่วนในฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเสื้อโค้ทซึ่งจะช่วยทำให้เครื่องแบบดูไฮคลาสขึ้นมาก อาจเป็น duffel coat หรือ pea coat ก็สวยไม่แพ้กัน ที่สำคัญ โทนสีที่เหมาะกับ 2 ฤดูนี้ก็คือโทนสีเข้ม ๆ

สีคาร์ดิแกนให้อิมเมจที่แตกต่าง

 

หากไม่ต้องนึกถึงฤดูกาล สีคาร์ดิแกนที่แตกต่างก็ย่อมให้อิมเมจที่แตกต่างกันด้วย สีมาตรฐานที่เด็กนักเรียนแทบทุกคนต้องมีจะเป็นสีเทาและสีกรมท่า สีเทาจะให้อิมเมจที่ดูเป็นผู้ใหญ่ สุขุม ส่วนสีกรมท่าจะให้อิมเมจแบบคูล ๆ เท่ ๆ ทั้ง 2 สีนี้สามารถแมทช์กับกระโปรงหรือเบลซเซอร์ได้ง่าย และสีคาร์ดิแกนยอดนิยมจะเป็นสีเบจหรือสีออกครีม ๆ ซึ่งให้อิมเมจที่ดูเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน น่ารักน่าทะนุถนอม

ถึงแม้จะมีวิธีการแต่งที่หลากหลาย แมทช์ได้ตามใจชอบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากทางโรงเรียนมีการกำหนดข้อบังคับบางย่างเช่น ความยาว ลวดลาย เด็กนักเรียนก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ในปัจจุบันก็มีหลาย ๆ คนที่นำชุดนักเรียนมาแต่งให้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น ทั้งกระโปรงสั้น ลวดลายสีสันฉูดฉาด โบว์/เนคไทลายการ์ตูน ฯ ใครที่สนใจอยากลองแต่งชุดนักเรียนญี่ปุ่น ก็มีร้านค้าออนไลน์มากมายที่รับพรีออเดอร์สินค้านำเข้าทั้งจากญี่ปุ่นและจีน หรือหากไม่อยากแต่งให้ดูเป็นนักเรียนมากเกินไป ก็สามารถนำกระโปรงนักเรียนมามิกซ์กับเสื้อผ้าอื่น ๆ ให้เป็นแฟชั่นใหม่ ๆ ก็น่าสนใจเหมือนกันค่ะ ^^

UFABET เว็บตรง

ไอเดียสุดเจ๋งในยุคโควิด…แค่พกนามบัตรนี้ ก็เปิดเผยใบหน้าภายใต้หน้ากากได้!!

ไอเดียสุดเจ๋งในยุคโควิด…แค่พกนามบัตรนี้ ก็เปิดเผยใบหน้าภายใต้หน้ากากได้!!

ในยุคที่โควิด-19 กำลังระบาดทำให้ผู้คนต้องสวมหน้า (อนามัย) เข้าหากันแบบนี้ คาดว่าหลายๆ คนคงเคยเจอปัญหาว่าบางทีก็นึกไม่ออกหรือไม่แน่ใจว่าคนที่เราเห็นอยู่ข้างหน้านี้เป็นใคร หรือในการเจรจาทางธุรกิจที่ทั้งสองฝ่ายมาพบกันครั้งแรกแล้วต่างฝ่ายต่างสวมหน้ากาก ก็ทำให้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไรอีก (ถ้าเจอกันครั้งหน้าก็อาจจะจำไม่ได้แล้ว)

จากปัญหานี้เอง บริษัท Nagaya Printing (長屋印刷) ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ จึงเกิดปิ๊งไอเดียเก๋ๆ อย่างนามบัตรที่แสดงความเป็นตัวตนของเจ้าของขึ้นมา

นามบัตรที่แสดงหน้าของเจ้าของ

เจ้านามบัตรนี้มีชื่อว่า “Smile Meishi” (เมชิ หรือ 名刺 ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่านามบัตร) ซึ่งสั่งทำพิเศษโดยการปรินท์รูปครึ่งหน้าล่างของเจ้าของลงไป

เมื่อเราพบปะหรือประชุมทางธุรกิจและต้องการแสดงหน้าก็ไม่จำเป็นต้องถอดหน้ากากออกอีกต่อไป เพียงแค่ยื่นนามบัตรให้อยู่ในระดับครึ่งหน้าล่าง ก็สามารถทำให้อีกฝ่ายเห็นหน้าเต็มๆ ของเราได้แล้ว

เมื่อเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา Nagaya Printing ได้ออกสินค้า “Meishi Mask” หน้ากากอนามัยที่พิมพ์ชื่อและรูปของเจ้าไว้บนหน้ากากมาแล้ว แต่อาจมีลูกค้าบางรายไม่อยากให้พิมพ์รูปตัวเองลงบนหน้ากาก บริษัทเลยหาทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าโดยการคิดค้นนามบัตรสุดครีเอทนี้ออกมาเสียเลย

Meishi Mask
Smile Meishi

นอกจากนี้ คุณนาคากาว่า ทสึโยชิ (中川 剛) ประธานบริษัท Nagaya Printing ให้ข้อมูลว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1919 โดยเริ่มจากการทำธุรกิจพิมพ์นามบัตรเล็กๆ ต่อมาเมื่อโลกพัฒนาไปสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น ทำให้ผู้คนเริ่มใช้นามบัตรที่เป็นกระดาษน้อยลง บริษัทจึงแตกไลน์ธุรกิจไปเพิ่มเติม เช่น การให้บริการออกแบบ และผลิตสิ่งพิมพ์แบบครั้งวงจร หรือการรับงานที่เป็นลักษณะสั่งผลิตแบบเฉพาะ (made-to-order) มากขึ้น

คุณนาคากาว่ายังกล่าวว่า เขาอยากสร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับผู้คนในช่วงที่ทั่วโลกต้องเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดจากโรคระบาด การเพิ่มลูกเล่นให้กับนามบัตรนี้ น่าจะเป็นการสร้างรอยยิ้มและความประทับใจแรกพบให้กับผู้รับได้ไม่น้อยทีเดียว

 

สำหรับราคาในการสั่งทำนามบัตรสุดเก๋นี้ อยู่ที่ 1,320 เยน (ประมาณ 400 บาท) ต่อ 20 ใบ โดยลูกค้าสามารถเข้าไปใช้บริการเลือกแบบของนามบัตร และอัพโหลดรูปที่ตนเองชอบในเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง หรือจะแค่ส่งรูปไปเพื่อให้ทางบริษัทออกแบบให้ก็ได้ (มีค่าบริการเพิ่มเติม)

นับเป็นไอเดียที่สร้างสรรค์และน่ารักไม่น้อยเลย ไม่แน่ว่าถ้าเราให้นามบัตรนี้กับคู่ธุรกิจ อาจจะช่วยให้การคุยงานหรือการเจรจามีบรรยากาศที่ดีขึ้นก็ได้นะคะ

สล็อตเว็บตรง

4 พฤติกรรมของภรรยาที่ยิ่งชวนให้สามีหงุดหงิด ในช่วงที่ทะเลาะกัน!

4 พฤติกรรมของภรรยาที่ยิ่งชวนให้สามีหงุดหงิด ในช่วงที่ทะเลาะกัน!

คู่รักคู่สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานาน แน่นอนว่าต้องมีเรื่องขัดเคืองใจให้โมโหอยู่บ้างไม่มากก็น้อย หากคืนดีกันได้เร็วก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หากทำพฤติกรรมแย่ ๆ ใส่กันก็ยิ่งเพิ่มความโมโหเข้าไปใหญ่ เราลองมาดูผลจากการสัมภาษณ์เหล่าคุณพ่อบ้านญี่ปุ่นที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วว่า ในช่วงที่ทะเลาะกับภรรยา พฤติกรรมแบบไหนของภรรยาที่ยิ่งทำให้รู้สึกโกรธมากกว่าเดิม!

ไม่ทำข้าวกล่อง

“เวลาทะเลาะกับภรรยา เธอจะหาเรื่องแกล้งผมตลอด อย่างวันก่อนผมเอาข้าวกล่องจากบ้านไปกินที่ออฟฟิศ แต่เปิดมาก็มีแต่ข้าวเปล่า ๆ ไม่มีกับข้าวอะไรเลย ผมแปลกใจเลยเอาให้รุ่นน้องผู้หญิงที่นั่งข้าง ๆ ดู เธอก็ขำแล้วก็บอกว่า ‘ทะเลาะกันแต่อย่างน้อยภรรยาก็ทำข้าวกล้องให้ น่าจะขอบคุณมากกว่านะ’ แต่ผมก็ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ได้แต่กินข้าวเปล่า ๆ ไปอย่างหงุดหงิด” (ชาย วัย 30 ปี)

เข้าใจทั้ง 2 ฝ่ายเลยจริง ๆ นะคะ คุณภรรยาก็คงจะโมโหจนอยากหาเรื่องแกล้งไม่ทำกับข้าวให้ แต่ด้วยความที่เป็นหน้าที่ก็ทิ้งหน้าที่ไม่ได้ เลยต้องแกล้งให้กินแต่ข้าวเปล่า ๆ ซะเลย ส่วนสามีก็กำลังหิว ๆ แต่ต้องมาเจอแค่ข้าวเปล่าก็ยิ่งหงุดหงิดใจ ไม่รู้เลยว่ากลับบ้านไปจะได้กินข้าวมื้อเย็นรึเปล่านะ55555

เอาลูกสาวมาเป็นพวก

“พอภรรยาทะเลาะกับผม เธอก็เอาไปเล่าให้ลูกสาวฟังทันที แถมยังเล่าให้เรื่องมันดราม่าหนักขึ้นไปอีกจนดูเหมือนผมเป็นตัวร้าย และลูกสาวก็มองผมด้วยสายตาเย็นชา แน่นอนว่าจำนวน 1 ต่อ 2 ในบ้านนี่ถือว่าค่อนข้างเสียเปรียบ ยิ่งไปกว่านั้น การที่โดนลูกสาวเกลียดเนี่ยมันสะเทือนใจผมมาก จนสุดท้ายผมทนไม่ไหวเลยต้องเป็นคนไปขอโทษเองทุกที” (ชาย วัย 40 ปี)

อาจจะเป็นธรรมดาของผู้หญิงเลยนะคะที่ต้องหาพวก ซึ่งลูกสาวนี่แหละใกล้ตัวที่สุดแถมเป็นผู้หญิงเหมือนกัน คุณสามีก็คงใจแป้วไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะโดนเอาลูกไปเป็นพวกซะแล้ว ถ้ารักลูกรักภรรยามาก ๆ ก็คงจะโกรธไม่ลงจริง ๆ เอ..แต่ถ้าเป็นลูกชาย คุณสามีจะเอาลูกไปเป็นพวกมั่งมั้ยนะ??

ใช้ภาษาสุภาพ

“ปกติเวลาคุยกับภรรยาก็ใช้ภาษาแบบกันเอง แต่ไม่รู้ทำไมทะเลาะกันทีไร ภรรยาเปลี่ยนไปใช้คำสุภาพทุกที คงจะเน้นให้เห็นว่ามีการเว้นระยะห่างกัน การที่เธอใช้ภาษาสุภาพแบบนี้ทำให้ผมยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ในระหว่างนี้ก็คงจะไม่สามารถคืนดีกันได้ง่าย ๆ ผมก็ต้องเว้นระยะแบบนี้ไปสักพัก” (ชาย วัย 20 ปี)

ไม่รู้ว่าเป็นกันทั่วโลกหรือเปล่านะคะที่เวลาขัดเคืองใจกันก็มักจะใช้คำสุภาพเพื่อประชดประชัน อย่างคนไทยเราเองถึงแม้จะไม่ใช้สามีภรรยา แต่พอทะเลาะกันทีไรก็เรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อจริง เพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้เรามีระยะห่างต่อกัน55555 แต่สำหรับคนโดนเรียกเนี่ยก็น่าจะหงุดหงิดนะคะ เพราะดูทรงแล้ว ยาวแน่นอน

พอสามีกลับถึงบ้านก็ปิดไฟหนีขึ้นไปนอน

“ปกติเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ภรรยาก็จะมารอรับที่หน้าประตู แต่พอทะเลาะกันเธอก็ไม่มารอรับ บางครั้งก็ปิดไฟเงียบหนีขึ้นไปนอนก่อนก็มี มันก็แปลกนะที่บางครั้งก็ขึ้นไปนอนตั้งแต่ยังไม่ 2 ทุ่ม แต่ภรรยาผมก็เป็นแบบนี้ตลอดแหละ สำหรับผมแล้วผมจะไม่หนีหน้ากันแบบนี้หรอก อยากจะมานั่งคุยนั่งเคลียร์กันให้เข้าใจมากกว่า” (ชาย วัย 30 ปี)

อันนี้ก็คล้าย ๆ กับการทำข้าวกล่องเลยนะคะ เข้าใจทั้ง 2 ฝ่ายเลยจริง ๆ ภรรยาก็คงจะหงุดหงิดจนไม่จะเห็นหน้าไปสักพัก ส่วนสามีก็อยากจะให้มาพูดคุยกันดี ๆ โดยที่ไม่ต้องคอยหลบหน้ากันมากกว่า ไม่งั้นก็คงยืดเยื้อจนไม่ได้เคลียร์กันสักที

 

ด้วยความเป็นสามีภรรยากัน บางทีเวลารู้สึกโกรธ โมโห ก็ไม่อยากจะพูดออกมาตรง ๆ แต่สื่อทางการกระทำที่ไม่ปกติแทน จนบางครั้งก็ยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้กับฝั่งคุณสามีขึ้นไปอีก ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จบสวยบ้าง จบไม่สวยบ้าง การพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาน่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น มากกว่ามามัวแต่งอนง้อกันนะคะ ^^

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ภาวะโควิดกับมารยาทในการแช่บ่อน้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นแบบ new normal

ภาวะโควิดกับมารยาทในการแช่บ่อน้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นแบบ new normal

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผู้เขียนได้ไปแช่น้ำร้อนที่ “บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง” ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่ในเขตอำเภอสันกำแพงแล้วนะครับ อยู่ในเขตอำเภอแม่ออนแทน เท่าที่เห็นก็มีนักท่องเที่ยวเบาบาง คือมีนั่นแหละแต่มีน้อย พูดไปแล้วก็นึกถึงเรื่องของบ่อน้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นว่าจะเป็นอย่างไรหนอในยุคโควิด เลยมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังดังนี้ครับ

แน่นอนครับว่า ด้วยข้อกังวลด้านอนามัยก็ดี หรือการมีมาตรการฉุกเฉินก็ดี ล้วนมีผลกระทบต่อกิจการ “โรงอาบน้ำร้อนสาธารณะ” (ฟุโระยะ 風呂屋) กันทั้งนั้น คือลูกค้าลดลงไปเห็นๆ ว่ากันว่าอาจลดไปถึง 30-40% แน่นอนว่าบรรดากิจการโรงอาบน้ำร้อนที่จังหวัดคาโกะชิมะนี่กระทบแน่ๆ เพราะจังหวัดนี้มี “บ่อน้ำพุร้อน” (ออนเซ็น 温泉) เป็นจุดขาย มีแหล่งน้ำพุร้อนถึง 2,749 แหล่งในจังหวัด แน่นอนคนในท้องที่ปกติก็ชอบไปผ่อนคลายกัน แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ภาวะโควิดทำให้การแบบว่าไปแช่น้ำพุร้อนแบบเป็นครอบครัวหายไป พากัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันไปเสีย

ภาวะโควิดยังทำให้เกิดการรณรงค์อย่างหนึ่งในโรงอาบน้ำร้อน คือ ปกติแล้วเขาจะชอบติดคำว่า “โมคุโยคุ” (沐浴) ที่แปลว่า “อาบน้ำในอ่าง” ซึ่งหมายความว่า “ขอให้แช่น้ำให้เพลินๆ สบายๆ” ไว้ในห้องเปลี่ยนเสื้อ แต่มาวันนี้ในยุคโควิด มีการบิดคำคันจิของคำว่า “โมคุโยคุ” เสียใหม่เป็น 黙浴 ที่แปลว่า “อาบน้ำเงียบๆ”

“อาบน้ำเงียบๆ” แปลว่า งดการพูดคุยกัน (เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ)

ก็เข้าใจครับคนแช่น้ำร้อนเพลินๆ บางทีก็อยากเมาท์มอยบ้าง แต่ก็นะ ยุคโควิด อ้อ ใส่แมสก์ลงไปแช่น้ำร้อนไม่ได้นะครับ

อย่างไรก็ดี มีนักวิชาการบางท่านได้ให้ความเห็นว่า จริงๆ แล้วโรงอาบน้ำน่ะ “ไม่ใช่สถานที่เสี่ยงสูง” เพราะโรงอาบน้ำต้องมีระบบระบายไอน้ำอยู่แล้ว การระบายอากาศจึงค่อนข้างดี อีกอย่าง ในที่ที่ความชื้นสูง ละอองของเชื้อโควิดจะลอยไปไกลได้ยาก (และในทางกลับกัน จริงๆ แล้ว “ซาวน่า” ต่างหากที่ต้องระวังเรื่องการแพร่เชื้อ)

 

ต่อไปนี้เป็น “มารยาทในการแช่บ่อน้ำร้อนสาธารณะ” แบบ new normal

  • ล้างตัวด้วยฝักบัวหลังจากแช่เสร็จขึ้นมาแล้ว
  • ก่อนไอ ให้เอาผ้าขนหนูปิดปากตัวเองก่อน
  • งดการพูดคุยในที่โล่ง เช่น ห้องอาบน้ำแบบเปิดโล่ง และห้องแต่งตัว

ใครไปเที่ยวเชียงใหม่หากแวะไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนต่างๆ เวลาจะไปแช่น้ำพุร้อนก็ลองเอาข้อเหล่านี้ไปปฏิบัตินะครับ อ้อ งดสูบบุหรี่ขณะแช่น้ำร้อนด้วยนะครับ

สล็อตเว็บตรง

ฟังจากคนญี่ปุ่น! วิธีการป้องกันอาการง่วงนอนหลังอาหารเที่ยง

ฟังจากคนญี่ปุ่น! วิธีการป้องกันอาการง่วงนอนหลังอาหารเที่ยง

คนจำนวนมากมักจะมีอาการง่วงหาวนอนในระหว่างวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรับประทานอาหารเที่ยง มารู้สาเหตุของอาการง่วงนอนในตอนกลางวันและตอนหลังอาหารเที่ยง พร้อมกับวิธีการป้องกันอาการง่วงนอนเหล่านี้จากเภสัชกรญี่ปุ่นคุณ Teruko Kawaguchi กันค่ะ

สาเหตุของการง่วงนอนในตอนกลางวันและวิธีป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

สาเหตุสำคัญที่อาจทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกง่วงนอนมากกว่าปกติทั้งที่เข้านอนตามเวลาปกติ คือร่างกายขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีนฮีโมโกลบินในเลือด การขาดธาตุเหล็กทำให้ความสามารถในการนำออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกายของโปรตีนฮีโมโกลบินลดลง ส่งผลให้เกิดอาการหายใจถี่และหายใจสั่น อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายลดลง รู้สึกหม่นหมองในตอนกลางวัน มีปัญหาในการนอนหลับ จนเป็นเหตุให้รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา นอกจากนี้การขาดธาตุเหล็กยังก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางซึ่งจะทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย วิงเวียนศรีษะและง่วงนอนด้วย

วิธีการป้องกันการขาดธาตุเหล็ก คือการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ขาดคุณค่าสารอาหาร โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักจะสูญเสียเลือดผ่านประจำเดือนควรหันมารับประทานที่มีคุณค่าสารอาหารครบ 5 หมู่ และอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ โยเกิร์ต ลูกพรุน ตับสัตว์ ไข่ หอยลาย ผักกาดกวางตุ้ง ผักปวยเล้ง และผลิตภัณฑ์เสริมธาตุเหล็ก เช่น โยเกิร์ตหรือเครื่องดื่มเสริมธาตุเหล็ก เป็นต้น

ทำไมนักเรียนและคนทำงานมักจะรู้สึกง่วงนอนหลังจากรับประทานอาหารเที่ยง และวิธีป้องกัน

ง่วง

การรับประทานอาหารเที่ยงจะไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เซลล์สมองผลิตโปรตีนสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวของสมองชื่อ Orexin ได้น้อยลง จึงส่งผลให้คนรู้สึกง่วงนอนหลังมื้ออาหาร

ปัจจัยสำคัญในการป้องกันอาการง่วงนอนหลังอาหารมื้อเที่ยง คือการป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำได้ดังนี้

1. รับประทานอาหารอย่างช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียด

การเคี้ยวอย่างช้าๆ นอกจากจะค่อยๆ เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างช้าๆ แล้วยังทำให้รู้สึกอิ่มไว ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้รู้สึกง่วงนอนหลังมื้ออาหารและป้องกันไม่ให้อ้วนง่ายด้วย

2. รับประทานผัก เห็ดและสาหร่ายก่อน

เส้นใยอาหารที่มีอยู่ในผัก เห็ด และสาหร่ายทะเล เป็นต้น จะช่วยชะลอการย่อยและการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย  การรับประทานอาหารดังกล่าวก่อนแป้งช่วยป้องกันการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี

3. เลือกรับประทานอาหารที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ง่าย

วิธีนี้ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและแป้งขัดขาว แต่เลือกรับประทานข้าวกล้อง โซบะ และเมล็ดธัญพืช ที่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

หากเพื่อนๆ กำลังประสบปัญหาง่วงนอนตลอดวันและหลังมื้อเที่ยงก็ลองนำวิธีการไปใช้ดูค่ะ แต่ทั้งนี้อีกวิธีการที่สำคัญมากในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ คือการสร้างสุขลักษณะนิสัยการนอนที่เป็นเวลาให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมงค่ะ

สล็อตเว็บตรง

ไม่ดีนะจ๊ะ!! 6 ข้อง่าย ๆ ไปตลาดปลาอย่างมีมารยาท

ไม่ดีนะจ๊ะ!! 6 ข้อง่าย ๆ ไปตลาดปลาอย่างมีมารยาท

“ตลาดปลา” หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่พลาดไม่ได้ของใครหลาย ๆ คน แต่ก่อนจะไปเที่ยวชม เรามารู้จักกับ 6 ข้อควรปฎิบัติเพื่อเตรียมตัวเที่ยวอย่างมีมารยาทกันก่อนดีไหมครับ

ตลาดปลา

1. งดใช้แฟลช มันแสบตา!

เนื่องจากตลาดปลาเป็นพื้นที่ที่มีของมีคมหลายชนิด ซึ่งสามารถสะท้อนกับแฟลชจนเข้าตา และอาจนำไปสู่อันตรายได้เลยทีเดียว

2. ไปตลาดหลัง 9 โมงเช้ากันเถอะ!

ในช่วงเวลาก่อน 9 โมงเช้า ถือเป็นช่วงที่คึกคักเร่งรีบของทั้งลูกค้าและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดปลา ต่างซื้อขาย วิ่งวุ่นทำงานกันอย่างกระตือรือร้น นักท่องเที่ยวจึงต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก และไม่รบกวนการทำงานของคนในพื้นที่นะครับ

3. พกเงินสด งดรับบัตรเครดิต!

เนื่องจากหลายร้านในตลาดปลาไม่รองรับการใช้บัตรเครดิต เพื่อความสะดวกรวดเร็ว พกเงินสดไปซื้อของอร่อย ๆ กันให้หนำใจดีกว่าครับ

4. อย่าต่อราคาเชียวนะ!

แม้บางทีจะคิดว่าราคา (แพง) ไม่ถูกใจเอาซะเลย! แต่ราคาสินค้าทั้งหมดได้ถูกกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างมีมาตรฐานแล้ว การต่อราคาถือเป็นการเสียมารยาทเลยนะครับ

5. อย่ารุ่มร่าม ทำตัวให้ชิวเข้าไว้!

ตลาดปลาเต็มไปด้วยผู้คน และตรอกซอกซอยเต็มไปหมด การแบกกระเป๋าใบใหญ่จะสร้างความลำบากให้กับผู้อื่น รวมถึงพื้นที่เปียกน้ำตลอดเวลา จึงควรที่จะระมัดระวังเป็นอย่างมาก ส้นสูงอย่าได้ใส่ไปเดินเชียวนะครับ

6. ไปกันน้อย ๆ อยู่กันเงียบ ๆ

ตลาดปลาเป็นพื้นที่ที่ยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับตลาดอย่างหลากหลาย เมื่อมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมก็อย่าไปส่งเสียงดังหรือทำตัวตามสบายมากเกินไป เพื่อไม่ไปรบกวนการทำงานของเขานะครับ

 

6 ข้อง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้!! พร้อมแล้วก็ลุยตลาดปลากันได้เลยครับ              สล็อตเว็บตรง